004: Suicide Squad (Spoil)

Warning:

  1. จขบ.ไม่ได้มีความรู้เรื่องหนังมากมายอะไร วิจารณ์ไปตามอารมณ์/ความชอบส่วนตัวล้วนๆ หากมีส่วนใดที่ข้อมูลผิดพลาดก็ท้วงติงได้ค่ะ
  2. บทความนี้มี Spoiler ค่ะ ใครยังไม่ได้ดูหนังก็ปิดไปเลยก็ได้นะคะ เพื่ออรรถรสในการรับชม

suicide-squad-movie-characters-calendar

จริงๆแล้ว Suicide Squad เป็นหนึ่งในหนังที่เราเฝ้ารอดูมากที่สุดสำหรับปีนี้เลยค่ะ ต้องบอกไว้ก่อนว่าเราก็ไม่ได้เป็นแฟนคอมมิค DC แต่อย่างใดนะ แต่เพราะเทรลเลอร์ที่ทำออกมาได้ดึงดูดมากๆนี่แหละถึงได้ตัดสินใจไปดู… หลังจากดูจบก็เต็มไปด้วยหลายๆอารมณ์ปนเปกันจนพูดไม่ถูกค่ะ 55555 ไม่รู้จะยกประเด็นไหนมาก่อนดี เพราะฉะนั้นจะขอแยกเป็นข้อๆเหมือนเอนทรี่ก่อน เพื่อความสะดวกในการเรียบเรียงความคิดนะคะ u v u

Harley-Quinn-Will-Either-Make-Or-Break-Suicide-Squad

  1. Margot Robbie – มาร์โก้ รอบบี้ ในบท ฮาร์ลีย์ ควินน์ นั้นเผ็ชมากค่ะ รักนาง 55555555 และอยากจะเรียกว่านางเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับหนังเรื่องนี้เลยค่ะ ชอบความเข้าถึงบทบาท ความจิตที่ดูจิตจริงๆ บ้าจริงๆไม่ใช้สลิงไม่ใช้ตัวแสดงแทน เป็นตัวละครเดียวที่ดูแล้วไม่รู้สึกขัดหรืออึดอัดอะไรเลย และความกวนตีนของนางเองก็สร้างสีสันให้กับเรื่องได้อย่างมากทีเดียว
  2. Will Smith – วิล สมิธ ในบทของเดดช็อตยังไม่ประทับใจเราสักเท่าไหร่ค่ะ ถ้าจะให้พูดตรงๆก็เหมือนเป็น วิล สมิธ ที่รับบทเป็น วิล สมิธ มากกว่า(…) ดูจนจบแล้วเราก็ยังเรียกตัวละครตัวนี้ในใจว่าวิล สมิธ ทั้งๆที่เรียกตัวละครอื่นตามชื่อในเรื่องหมดเลย แต่ก็โอเคนะคะ โผล่มาหยอดมุกให้บรรยากาศของเรื่องเบาลงบ้าง (แม้จะ วิล สมิธ มากๆก็ตาม—)
  3. Jared Leto – เรารู้สึกไม่ถูกชะตากับโจ๊กเกอร์ของ จาเร็ด เลโต มากๆเลยค่ะ 5555555 จะว่ายังไงดีล่ะ… ถ้า ฮาร์ลีย์ ควินน์ ของ มาร์โก้ ร็อบบี้ ในเรื่องนี้คือคนบ้าที่ดูจิตจริงๆ โจ๊กเกอร์ของ จาเร็ด เลโต ก็เป็นขั้วตรงข้ามค่ะ… เป็นคนบ้าที่ดูพยายามอย่างมากมายที่จะให้ตัวเองดูบ้า ดูวันนาบีไม่เบาเลยค่ะ และอีกอย่าง… ตามปกติความน่ากลัวของโจ๊กเกอร์จะอยู่ที่การทำอะไรไม่เป็นแบบแผนด้วยใช่ไหมนะ? แต่ในหนังเรื่องนี้กลับนำเสนอโจ๊กเกอร์ในมุมที่ดูทำตามแผน (และทำแผนล่มด้วย–) เลยยิ่งรู้สึกว่าไม่ค่อยโดนเลยค่ะ
  4. Viola Davis – เราเกลียดคอสตูมของ วิโอล่า เดวิส ผู้รับบท อแมนด้า วอลเลอร์ มากๆ สิ่งนี้ทำให้นางดูเป็นโคตรของโคตรของโคตรมนุษย์ป้า (แต่จริงๆเขาคงตั้งใจแหละ ฮือ 55555) เจ๊ก็ยังคงรักษามาตรฐานการแสดงอยู่แหละค่ะ แต่บทเจ้าป้าวอลเลอร์เนี่ย… เราว่ายังดูแบนๆ ไม่ค่อยส่งเสริมการแสดงของนางเท่าไหร่ และตายยากเวอร์ไปด้วยนะ(…)
  5. Cara Delevingne – บทเอ็นชานเทรสของคาร่า ดูจะไม่มีอะไรมากมายนอกจากออกมาเต้นระบำเลื้อยไปมา 55555555 ซึ่งเราไม่ได้จะติอะไรนะ เราคิดว่าใช้งานนางได้ถูกจุดดีค่ะ
  6. การปูเรื่อง – หนังเรื่องนีมีการปูเรื่องที่ยาวนาน และโฟกัสทีละตัวละคร คลับคล้าย X-men Apocalypse เลยค่ะ แต่ทว่า… การปูเรื่องในหลายๆจุดยังดูไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ (อย่างเช่นซีนที่ผู้คุมเอาข้าวไปส่งให้ วิล สมิธ ที่คุก) ถ้าตัดออกไปได้บ้างก็คงจะดีค่ะ เพราะช่วงแรกของหนังมันยืดยาดน่าเบื่อเหลือเกิน
  7. การกระจายบท – เราค่อนข้างโอเคกับการกระจายบทในเรื่องนี้นะ แม้ว่าแอร์ไทม์ของแต่ละตัวละครจะดูแบ่งชั้นวรรณะมากๆ เพราะเราเข้าใจว่าตัวละครที่มีความเด่นอย่างฮาร์ลีย์มันก็น่าขายมากกว่ากัปตันบูมเมอร์แรงอะไรพวกนี้อยู่แล้วค่ะ
  8. ความไม่สมเหตุสมผลของบท – บทหนังราบเรียบเป็นเส้นตรง แต่เราจะไม่ถือว่าเป็นข้อเสียแล้วกันเนอะ เพราะก็เห็นกันอยู่ว่าหลายครั้งหลายคราวหนังบททื่อๆก็ให้ความสนุกแก่ผู้ชมได้(หากมาพร้อมกับองค์ประกอบที่ดี) แต่น่าเสียดายที่บทของ Suicide Squad นั้นมาพร้อมกับความ wtf และความไม่สมเหตุสมผลเป็นระยะๆ… ถ้าถามว่ามีพล็อตโฮลที่จุดไหนบ้าง… เยอะค่ะ เยอะจนไม่รู้จะอธิบายยังไงดีเลยทีเดียว
  9. ช่วงดราม่า – ช่วงดราม่า เป็นดราม่าที่แบนราบเป็นหน้ากระดานมากๆค่ะ แถมจังหวะที่แทรกดราม่าต่างๆของตัวละครยังรู้สึกว่ายัดเยียดๆและผิดที่ผิดทางอยู่ไม่น้อย ยกตัวอย่างที่เห็นชัดๆก็เช่น
    • คาตานะดราม่าหาผัว – ตรงจุดที่จู่ๆนางก็เกิดดราม่าเพ้อใส่ดาบขึ้นมา เกิดความงงเลยค่ะว่าจะดราม่าตอนนี้ทำไม เพื่ออะไร มีผลอะไรกับเรื่องไหม? ดูจนจบก็ยังไม่มีนะ ไม่ต้องใส่มาก็ได้ ไหนๆก็ให้เป็นตัวละครโลว์โปรไฟล์มาตั้งแต่ต้นแล้วนี่นา
    • เอลดิอาโบลดราม่าเผาบ้าน – ซีนที่ไปนั่งบาร์กัน แล้วอยู่ดีๆเอลดิอาโบลก็เล่าดราม่าของตัวเอง เราว่าบทสนทนาที่ลีดเข้าดราม่ามันไม่ธรรมชาติมากๆ ดูต้องการที่จะลากเข้าเรื่องว่า เออนี่นะพวกนาย ฉันฆ่าลูกฆ่าเมียมาจ้า ซึ่งมันไม่ไปด้วยกันกับคาร์ที่ดูอยากละทิ้งเรื่องพวกนี้มากๆ
  10. มุกตลก – ต้องบอกก่อนว่าเราไปดูหนังเรื่องนี้รอบเย็นวันอาทิตย์ เพราะฉะนั้นคนอัดแน่นเต็มโรงมาก และคนในโรงระเบิดหัวเราะกันอย่างสามัคคี(เป็นระยะๆ)มากค่ะ มีเรานี่แหละ ชนกลุ่มน้อยที่นั่งเงียบ… เอาจริงๆมุกตลกในเรื่องก็ไม่ได้แย่หรอกค่ะ แต่ออกแนวพอให้ยิ้มๆมากกว่า ส่วนตัวเราลั่นออกมาจริงๆแค่จุดเดียวตรงที่ วิล สมิธ สอนคณิตศาสตร์ให้ลูกตอนท้ายเรื่องน่ะค่ะ (ฮา)
  11. ฉากบู๊ – ส่วนแรกที่บู๊แบบหนังทหาร ใช้ปืน อาวุธ หมัดลุ่นๆซัดกันก็โอเคค่ะ แม้จะไม่เป็นที่จดจำแต่บันเทิงใช้ได้ และ วิล สมิธ เท่โคตร! ส่วนพาร์ทหลังที่บู๊แบบซัดพลังใส่กันนี่ขอไม่พูดถึงนะ
  12. ฮีโร่ หรือ วายร้าย? – เราไม่รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เป็นการรวมดาวร้ายมาทำภารกิจร่วมกันเลยค่ะ ไปๆมาๆมันมีเอเลเมนท์ของฮีโร่สูตรสำเร็จเยอะมากๆ ดูพยายามจะบิวท์ความเป็นฮีโร่จิตใจงามอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่ตัวละครเป็นตัวร้ายระดับเบ้งๆกันแท้ๆ มันน่าจะมีความแบดแอส หักหลังกัน เล่นแรงกันมากกว่านี้ และที่สำคัญ… ทุกคนดูกลายเป็นทีมอย่างง่ายดายจนตกใจ ดูรักเพื่อนกันเร็วมาก เฟรนด์ชิปอิสแมจิคมากๆ งง 555555

 

Summary

ให้สรุปก็… ไม่ชอบค่ะ เสียดายที่หนังมีวัตถุดิบที่ดีมาก (เช่นตัวละครที่น่าสนใจ เพลงประกอบที่ดี) แต่กลับเอามาใช้ได้ไม่คุ้มและนำเสนอไม่ค่อยถูกจุด… แต่ส่วนตัวก็คิดว่ายังดีกว่า BvS นะคะ 55555 อย่างน้อยหนังเรื่องนี้ก็มีจุดที่ให้ความบันเทิงอยู่บ้างนะ!

Score: 5/10

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s